กรมโยธาธิการและผังเมืองใช้ SketchUp ยกระดับงานประมาณราคากลางภาครัฐด้วยข้อมูล 3D


ในงานก่อสร้างภาครัฐ “ราคากลาง” ไม่ใช่แค่ตัวเลขสำหรับประกอบการจัดซื้อจัดจ้าง แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องอธิบายที่มาได้ ตรวจสอบย้อนหลังได้ และใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

ยิ่งโครงการมีรายละเอียดมาก งบประมาณสูง และเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ความชัดเจนของปริมาณและความถูกต้องของราคายิ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน

สิ่งที่น่าสนใจในเคสของ กองมาตรฐานราคากลาง กรมโยธาธิการและผังเมือง คือ SketchUp ไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อสร้างโมเดล 3D สำหรับมองเห็นรูปทรงอาคารเท่านั้น แต่ถูกต่อยอดให้เป็นเครื่องมือจัดการข้อมูล ถอดปริมาณ และสนับสนุนงานประมาณราคากลางภาครัฐ

บทความนี้ถอดประเด็นจากบทสัมภาษณ์พิเศษหัวข้อ “SketchUp x กองมาตรฐานราคากลาง กรมโยธาธิการและผังเมือง” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ผ่านมุมมองของ

คุณณัฐวัชต์ พัฒนจันทร์
ตำแหน่ง : โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี
(อดีต ผู้อำนวยการกองมาตรฐานราคากลาง กรมโยธาธิการและผังเมือง)

ผู้ถ่ายทอดเบื้องหลังการนำ SketchUp เข้ามาช่วยสนับสนุนงานประมาณราคากลาง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของปัญหา การพัฒนา Extension เฉพาะทาง ไปจนถึงแนวทางต่อยอดร่วมกับ AI ในอนาคต


จุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากเทคโนโลยี แต่มาจากภาระงานที่ต้องแม่นยำ

ก่อนจะพูดถึงซอฟต์แวร์ ต้องมองให้เห็นโจทย์ของหน่วยงานก่อน

ในอดีต กองมาตรฐานราคากลาง เป็นหน่วยงานหลักของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่รับผิดชอบภารกิจด้านการประมาณราคากลาง เมื่อปริมาณงานมีจำนวนมาก ขณะที่บุคลากรมีจำกัด ภาระงานจึงกระจุกตัวอยู่กับทีมโดยตรง

คุณณัฐวัชต์อธิบายว่า สภาวะงานล้นมือไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องความล่าช้า แต่ยังเพิ่มโอกาสเกิดความคลาดเคลื่อนในกระบวนการถอดปริมาณและประมาณราคา

สำหรับงานราคากลาง ความคลาดเคลื่อนเพียงบางจุดอาจส่งผลต่อภาพรวมของงบประมาณ การพิจารณาโครงการ และความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่หน่วยงานต้องใช้ในการตัดสินใจ

จากโจทย์นี้ นายพลา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงมอบนโยบายให้หาโปรแกรมหรือวิธีการที่สามารถเข้ามาช่วยสนับสนุนกระบวนการประมาณราคาให้ครอบคลุมขึ้น ลดภาระงานซ้ำ และลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน

ในมุมนี้ เทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาแทนเจ้าหน้าที่ แต่เข้ามาช่วยให้ข้อมูลจำนวนมากถูกจัดการเป็นระบบขึ้น เพื่อให้ทีมมีเวลามากขึ้นกับการตรวจสอบ วิเคราะห์ และพิจารณาความถูกต้องของข้อมูล


ทำไม SketchUp จึงถูกเลือก

หลายคนรู้จัก SketchUp ในฐานะซอฟต์แวร์สำหรับสร้างโมเดล 3D ใช้ดูรูปทรงอาคาร ทดลองแนวคิด หรือสื่อสารภาพรวมของงานออกแบบ

แต่เหตุผลที่ SketchUp ถูกเลือกในเคสนี้ ไม่ได้อยู่แค่เรื่องการขึ้นโมเดลได้ง่าย

จุดสำคัญคือ SketchUp เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถพัฒนาเครื่องมือเพิ่มเติมผ่าน Extension เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะงานเฉพาะขององค์กรได้

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของกองมาตรฐานราคากลาง เพราะทีมไม่ได้ใช้ SketchUp เพียงเป็นเครื่องมือสร้างภาพ 3D แต่ต่อยอดให้กลายเป็นระบบข้อมูลสำหรับงานประมาณราคา โดยพัฒนา Extension เฉพาะทางเพื่อรองรับงานถอดแบบในรายละเอียดที่ลึกขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นงานคอนกรีต เหล็กเสริม หรืองานดินประเภทต่าง ๆ ข้อมูลเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงกับโมเดล 3D เพื่อใช้ประกอบการคำนวณ ตรวจสอบ และสรุปปริมาณได้ชัดเจนขึ้น

เมื่อมองจากมุมนี้ SketchUp จึงไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์แวร์แสดงภาพอาคาร แต่กลายเป็นพื้นที่กลางที่เชื่อม “โมเดล 3D” เข้ากับ “ข้อมูลปริมาณและราคา” ได้อย่างเป็นระบบ


โมเดล 3D ที่ไม่ได้จบแค่ภาพ แต่กลายเป็นข้อมูลสำหรับราคากลาง

หัวใจของเคสนี้อยู่ที่การเปลี่ยนโมเดล 3D ให้กลายเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้จริง

ในงานประมาณราคากลาง สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่รู้ว่าอาคารมีองค์ประกอบอะไร แต่ต้องรู้ด้วยว่าองค์ประกอบนั้นมีปริมาณเท่าไร อยู่ตรงไหน และส่งผลต่อราคาอย่างไร

เมื่อองค์ประกอบในโมเดลถูกจัดการอย่างเป็นระบบ ทีมสามารถใช้ข้อมูลจากโมเดลเพื่อประกอบการถอดปริมาณได้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปริมาณคอนกรีต เหล็กเสริม งานดิน พื้นที่อาคาร หรือรายการงานที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ตามมาคือการตรวจสอบย้อนกลับทำได้ง่ายขึ้น ทีมสามารถเห็นได้ว่าปริมาณที่คำนวณมาจากส่วนใดของโมเดล ไม่ต้องอ้างอิงเพียงตัวเลขในตารางหรือเอกสารแยกหลายชุด

สำหรับงานภาครัฐ จุดนี้มีความสำคัญมาก เพราะข้อมูลที่ดีต้องไม่ใช่แค่คำนวณได้ แต่ต้องอธิบายที่มาได้ ตรวจสอบได้ และใช้ประกอบการพิจารณาได้อย่างมั่นใจ


ผลลัพธ์ที่เห็นได้: จาก 3 คน เหลือ 1 คน จาก 2 สัปดาห์ เหลือ 7 วัน

หนึ่งในผลลัพธ์ที่ชัดที่สุดจากการนำ SketchUp และ Extension มาใช้ คือการลดเวลาและลดภาระงานของเจ้าหน้าที่

จากตัวอย่างโครงการก่อสร้างมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท
เดิม
ใช้บุคลากรประมาณ 3 คน
ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

หลังนำ SketchUp และ Extension ที่พัฒนาขึ้นมาใช้งาน
ใช้บุคลากรประมาณ 1 คน
ใช้เวลาประมาณ 7 วัน

ตัวเลขนี้อาจดูเรียบง่าย แต่ในบริบทของงานภาครัฐถือว่าสำคัญมาก เพราะไม่ได้สะท้อนเพียงความเร็วในการทำงาน แต่ยังสะท้อนถึงการลดภาระ ลดงานซ้ำ และลดโอกาสเกิดความคลาดเคลื่อนจากการถอดปริมาณด้วยวิธีเดิม

อีกด้านหนึ่ง เมื่อข้อมูลปริมาณและรายการงานเชื่อมโยงกับโมเดล 3D ทีมจึงสามารถตรวจสอบที่มาของตัวเลขได้ชัดขึ้น ทำให้การสื่อสารเรื่องงบประมาณมีฐานข้อมูลรองรับมากขึ้น และช่วยให้การพิจารณาราคากลางมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น


จากข้อมูลในโมเดล สู่การยอมรับในระดับมาตรฐานภาครัฐ

อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้เคสนี้มีน้ำหนัก คือข้อมูลด้านการประมาณราคาที่ได้จากระบบโมเดล 3D และ Extension ไม่ได้ถูกใช้เพียงภายในหน่วยงานเท่านั้น

ชุดข้อมูลดังกล่าวถูกนำเสนอไปยัง กรมบัญชีกลาง และได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการชุดใหญ่ของกรมบัญชีกลาง จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแนวทางการประมาณราคาในลักษณะงานอาคารของภาครัฐในวงกว้าง

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อโมเดล 3D ถูกออกแบบให้เป็นระบบข้อมูลตั้งแต่ต้น ผลลัพธ์ที่ได้สามารถไปไกลกว่าการช่วยทำงานในระดับโครงการ

จากเครื่องมือที่ช่วยลดภาระงานประจำวัน ข้อมูลชุดเดียวกันสามารถกลายเป็นฐานสำหรับการพิจารณา การตรวจสอบ และการยกระดับมาตรฐานการทำงานของภาครัฐได้


เคสอาคารกระทรวงพาณิชย์ ระยะ 3: เมื่อการประชุมไม่ได้ดูแค่ตัวเลขในตาราง

หนึ่งในตัวอย่างการใช้งานจริงคือโครงการ อาคารกระทรวงพาณิชย์ ระยะ 3 ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่จอดรถ หอประชุม และศูนย์อาหาร

ในกระบวนการทำงาน ทีมจะนำข้อมูลงานสถาปัตยกรรมจากผู้ออกแบบ เช่น ผนัง ประตู หน้าต่าง และงาน Facade เข้ามาในระบบ เพื่อจัดการข้อมูลโมเดล ถอดปริมาณ และสรุปราคาที่เกี่ยวข้อง
จุดที่น่าสนใจคือ เมื่อมีประเด็นเรื่องงบประมาณ ทีมสามารถเปิดโมเดล 3D ขึ้นมาหารือร่วมกันในที่ประชุมได้ทันที

หากองค์ประกอบบางส่วนทำให้งบประมาณสูงเกินกรอบที่กำหนด ทีมสามารถจำลองการปรับลดหรือเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบในโมเดล แล้วเห็นผลกระทบต่อพื้นที่ ปริมาณ และราคาได้ทันที

การประชุมจึงไม่ได้อ้างอิงเพียงตัวเลขในตาราง แต่มีโมเดล 3D เป็นสื่อกลางที่ช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นข้อมูลเดียวกัน เข้าใจผลกระทบของการปรับแบบ และตัดสินใจได้จากข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น


5 โมดูลเฉพาะทาง: เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับงานของกรมฯ

นอกจากงานอาคารแล้ว กองมาตรฐานราคากลางยังมีการพัฒนาเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับงานพัฒนาเมือง โดยแบ่งเป็น 5 โมดูล ที่ออกแบบขึ้นเพื่อรองรับลักษณะงานของกรมโยธาธิการและผังเมืองโดยเฉพาะ

เครื่องมือชุดนี้ช่วยให้ทีมสามารถรับแบบจากผู้รับจ้าง แล้วนำมาสร้างเป็นโมเดล 3D ได้รวดเร็วขึ้น
จุดสำคัญคือโมเดลที่สร้างขึ้นไม่ได้มีหน้าที่เพียงแสดงภาพ แต่ทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลสำหรับการถอดปริมาณ ตรวจสอบรายละเอียด และใช้ประกอบการประมาณราคาในขั้นตอนต่อไป

เมื่อเครื่องมือถูกออกแบบให้สอดคล้องกับงานจริงของหน่วยงาน ข้อมูลที่ได้จึงสามารถนำไปใช้งานต่อได้ตรงประเด็นมากขึ้น


Link Share: เมื่อโมเดลเดียวกันช่วยให้การประชุมออนไลน์เข้าใจตรงกันมากขึ้น

แม้ว่าการประชุมส่วนใหญ่จะยังเกิดขึ้นแบบ On-site แต่สำหรับการประชุมออนไลน์ ความสามารถในการแชร์โมเดลกลายเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ช่วยให้การสื่อสารชัดเจนขึ้น

ฟีเจอร์ Link Share ใน SketchUp เวอร์ชันใหม่ ช่วยให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเข้าถึงโมเดลร่วมกันได้ เห็นได้ว่าใครกำลังเข้ามาดูโมเดล และแต่ละคนกำลังโฟกัสอยู่ที่ส่วนใดของงาน

สำหรับการหารือเรื่องปริมาณ พื้นที่ รายละเอียดอาคาร และงบประมาณ การเห็นโมเดลเดียวกันช่วยลดการตีความคลาดเคลื่อนจากแบบ 2D เพียงอย่างเดียว

นี่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มีผลมากในการประชุม เพราะเมื่อทุกฝ่ายมองข้อมูลชุดเดียวกัน การอธิบาย การตั้งคำถาม และการตัดสินใจก็ทำได้ตรงประเด็นขึ้น


Roadmap ถัดไป: จากฐานข้อมูล 3D สู่การต่อยอดด้วย AI

เมื่อกรมโยธาธิการและผังเมืองมีองค์ความรู้และฐานข้อมูลจากระบบประมาณราคา 3D มากขึ้น ก้าวต่อไปคือการนำชุดข้อมูลและ Extension ที่พัฒนาขึ้น ไปต่อยอดร่วมกับ AI

แนวทางนี้ยังอยู่ในฐานะ Roadmap และเป้าหมายการพัฒนาระยะถัดไป โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้การถอดแบบและประมาณราคาเบื้องต้นทำได้สะดวก รวดเร็ว และลดภาระงานซ้ำในขั้นตอนเริ่มต้น

ภาพอนาคตที่วางไว้คือ เมื่อมีแบบแปลน ระบบ AI จะสามารถช่วยประมวลผล ถอดแบบ และประมาณราคาเบื้องต้นออกมาได้โดยอัตโนมัติ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจสอบ วิเคราะห์ และพิจารณาความถูกต้องของข้อมูลอีกครั้ง

คุณณัฐวัชต์ระบุว่า แนวทางนี้คาดว่าจะเริ่มเห็นผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมไม่เกินเดือน พฤษภาคม 2569

ในมุมนี้ AI ไม่ได้ถูกวางเป็นคำใหญ่เพื่อสร้างความตื่นเต้น แต่เป็นอีกขั้นของการนำข้อมูลที่จัดระบบไว้แล้วไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น

เมื่อมีฐานข้อมูล 3D ที่พร้อมต่อยอด การพัฒนาเครื่องมือช่วยถอดแบบหรือประเมินราคาเบื้องต้นด้วย AI จึงมีความเป็นไปได้มากขึ้น และสอดคล้องกับทิศทางการทำงานของภาครัฐที่ต้องการข้อมูลที่รวดเร็ว ถูกต้อง และตรวจสอบได้


บทเรียนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง: เลือก SketchUp เพราะ ตอบโจทย์บริบทขององค์กร

หนึ่งในมุมมองสำคัญจากคุณณัฐวัชต์คือ การเลือกใช้โปรแกรมไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกองค์กร แต่ขึ้นอยู่กับบริบทและเป้าหมายของหน่วยงานนั้น ๆ

สำหรับกรมโยธาธิการและผังเมือง สิ่งที่ต้องการคือ ความชัดเจนของปริมาณ และ ความถูกต้องของราคา

เมื่อ SketchUp ถูกนำมาต่อยอดด้วย Extension ที่เหมาะกับงานเฉพาะทาง โมเดล 3D จึงกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ข้อมูลก่อสร้างถูกมองเห็น อธิบาย ตรวจสอบ และนำไปใช้งานต่อได้ชัดเจนขึ้น

เคสนี้จึงแสดงให้เห็นว่า SketchUp สามารถมีบทบาทได้มากกว่างานออกแบบภาพรวมของอาคาร หากองค์กรมีเป้าหมายที่ชัดเจน และพัฒนาเครื่องมือให้สอดคล้องกับงานจริง โมเดล 3D สามารถกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการถอดปริมาณ การประมาณราคา และการพัฒนามาตรฐานการทำงานได้

สำหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่ต้องการใช้โมเดล 3D เพื่อสนับสนุนงานออกแบบ ก่อสร้าง หรือประมาณราคา SketchUp คือหนึ่งในแพลตฟอร์มที่สามารถต่อยอดได้ตามบริบทของงาน และช่วยให้ข้อมูลซับซ้อนถูกอธิบายเป็นภาพที่เข้าใจง่ายขึ้น

รับชมบทสัมภาษณ์ SketchUp x กองมาตรฐานราคากลาง กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ที่